Author Archives: admin

มารู้จักหลักการเลือกซื้อเพชรแบบ 4 C’s กันดีกว่า

การเลือกซื้อเพชรไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม เช่น แหวน จี้ ข้อมือ เครื่องประดับที่มีเพชรเป็นส่วนประกอบ ผู้ซื้อควรนำหลัก 4 C’s มาช่วยพิจารณาในการเลือก สำหรับวิธีนี้พอสรุปได้ดังนี้

C แรก คือ Carat Weight (น้ำหนัก)
น้ำหนักหรือขนาดของเพชรเรียกเป็นกะรัต โดยเพชร 1 กะรัต มีน้ำหนักอยู่ที 200 มิลลิกรัม ซึ่งถ้ามีน้ำหนักหรือขนาดน้อยกว่า 1 กะรัต จะใช้หน่วยในการเรียกเป็น สตางค์ (Point) โดยจะกำหนดไว้ว่าเพชร 1 กะรัต แบ่งออกเป็น 100 สตางค์

C ที่สอง คือ Color (สี)
เพชรมีหลายเฉดสีมาก สีที่นิยมมากที่สุดจะเป็นแบบไร้สีและยังเป็นเพชรที่มีราคาสูงมากที่สุดเมื่อเทียบกับเพชรที่มีเฉดสีอื่น โดยมีการจำแนกเฉดสีของเพชรไล่เป็นเฉด เริ่มจาก D ไปจนถึง Z ซึ่งเฉดสี D จะหมายถึงเพชรที่มีความขาวใสมากที่สุด และลดหลั่นลงไปเรื่อยๆ ในบ้านเราจะเรียกว่าเพชรน้ำดี

C ที่สาม Clarity (ความบริสุทธิ์)
เพชรที่ไม่มีตำหนิหรือไร้มลทินถือเป็นเพชรที่มีความบริสุทธิ์มาก และมีราคาค่อนข้างสูง แต่ราคาก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่นด้วย เช่น ขนาด การเจียระไน และสีของเพชร การดูความบริสุทธิ์ของเพชรนิยมใช้แว่นขยายหรือกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยาย 10 เท่า

C ที่สี่ Cut (การเจียระไน)
การเจียระไนที่สมบูรณ์แบบเพชรจะต้องมีความสมดุลหรือเท่ากันทุกด้าน เมื่อส่องกับแสงไฟจะเห็นเป็นประกายแวววับระยิบระยับ

ใครกำลังเลือกซื้อเพชรกันอยู่อย่าลืมนึกถึงหลัก 4 C’s ก็จะช่วยให้คุณได้เพชรสวยมีน้ำดีอย่างที่ต้องการ

เลือกแหวนแต่งงานกับความหมายดีๆ

แหวนแต่งงานถือว่าเป็นเป็นสิ่งแทนใจของคู่บ่าวสาว หลายคนจะตั้งใจในการเลือกสรรเป็นพิเศษ เพราะงานแต่งงานจะเป็นงานที่ส่วนใหญ่จะจัดกันเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิต สำหรับแหวนแต่ละชนิดจะมีความหมายที่แตกต่างกันตามความเชื่อ การเลือกแหวนที่สื่อความหมายตรงตามความชอบจะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เรารู้สึกดีและมีกำลังใจมากขึ้น สำหรับแหวนที่นิยมเลือกมาใช้เป็นแหวนแต่งงานนั้นจะได้แก่ แหวนเพชร, แหวนทองคำ, แหวนทองคำขาว และแหวนที่ประดับอัญมณีต่างๆ โดยแหวนแต่ละแบบก็จะมีความหมายดังนี้

1. แหวนเพชร มีความหมายถึงความรักที่นิรันดร ความรักอมตะ และใสบริสุทธิ์ งดงามเหมือนดั่งเพชร แหวนเพชรยังเป็นแหวนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการนำมาใช้ในพิธีแต่งงาน

2. แหวนทองคำ สื่อความหมายถึงความรักที่สุกสดใส สว่างไสว อร่ามงามเหมือนกับสีของทอง และเป็นความรักที่ทรงคุณค่าไม่เปลี่ยนแปลง

3. แหวนทองคำขาว สื่อถึงความรักที่มั่นคง ไม่มีอุปสรรค ความรักที่ขาวสะอาด และคงคุณค่านิจนิรันดร

4. แหวนประดับอัญมณีต่างๆ นิยมใช้เป็นอัญมณีที่เป็นเม็ดเดียวประดับหัวแหวน ไม่ว่าจะเป็น เพชร, พลอย, ทับทิม และ มรกต เป็นต้น แหวนอัญมณีเหล่านี้จะบ่งบอกถึงความรักเดียวใจเดียว และจะมีกันและกันตลอดไป นอกจากรูปแบบแล้วสีของอัญมณียังสื่อถึงความรักในแต่ละรูปแบบอีกด้วย เช่น
– สีขาว สื่อถึงความรักที่บริสุทธิ์ มั่นคง
– สีแดง ความรักที่มีให้กันจนเปี่ยมล้น และตลอดไป
– สีชมพู ความรักที่หวานซึ่ง ติดตรึงใจ
– สีฟ้า ความรักที่สดใส ไม่จืดจาง

แหวนแต่ละแบบจะสื่อความหมายที่แตกต่างกัน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือควรเลือกรูปแบบและอัญมณีรวมไปถึงที่สีสันที่ถูกใจ เพื่อให้คุณมั่นใจและรู้สึกดีทุกครั้งที่สวมใส่

วิธีตรวจสอบเพชรให้ตรงกับใบเซอร์

เวลาเราซื้อเพชรปกติถ้าเป็นเพชรแท้ต้องมีใบเซอร์ประกอบเพชรเม็ดนั้นๆ ด้วย โดยในใบเซอร์จะบอกรายละเอียดของเพชร แต่บางครั้งเราอาจจะสงสัยหรือไม่แน่ใจว่าใบเซอร์ที่ได้ตรงกับเพชรหรือไม่ วันนี้เรามีวิธีเช็คง่ายๆ เพื่อให้คุณมั่นใจยิ่งขึ้น โดยอ้างอิงจากใบเซอร์ของสถาบัน GIA ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

1. เช็คหมายเลขขอบ ปกติในเพชรน้ำหนักไม่ถึงกะรัตจะมีการเลเซอร์สลักหมายเลขใบเซอร์ไว้ที่ขอบเพชรทุกเม็ด แต่ถ้าเป็นเพชรที่มีขนาดไซส์มากกว่ากะรัตอาจจะไม่มีการเลเซอร์หมายเลขไว้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเพชรเม็ดนั้นจะเป็นเพชรปลอม

2. เช็คในเว็บไซด์ของ GIA ที่ www.gia.edu/reportcheck แล้วกรอกหมายเลขในใบเซอร์ที่ได้รับลงไป ถ้าเป็นใบเซอร์ที่ออกโดยสถาบัน GIA คุณจะพบรายละเอียดของเพชรเม็ดนั้น ซึ่งก็จะมั่นใจได้ว่าเป็นเพชรแท้แน่นอน

3. ชั่งน้ำหนัก โดยน้ำหนักเพชรต้องตรงกับใบเซอร์ ถ้าไม่ตรงควรสอบถามจากร้านค้า

4. วัดขนาด โดยขนาดที่วัดได้ต้องตรงกันกับใบเซอร์ โดยอาจขอยืมอุปกรณ์การวัดขนาดได้จากคนขาย การวัดขนาดควรทำควบคู่กับการชั่งน้ำหนัก เพราะรับรองได้เลยว่าเพชรที่มีน้ำหนักเท่ากันไม่จำเป็นต้องมีขนาดหรือไซส์เหมือนกันเสมอไป

5. ใช้กล้องส่องเช็คตำหนิ วิธีนี้รับรองผลได้ 100% บางร้านจะมีกล้องไว้คอยบริการลูกค้ากันเลย เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าเพชรที่ซื้อไปเป็นเพชรแท้ มีตำหนิตรงไหนบ้างจะได้ทราบกันก่อนที่จะทำการเลือกซื้อ

ถ้ากำลังมองหาเพชรสักเม็ด แล้วไม่มั่นใจลองทำตามวิธีด้านบนเพื่อให้คุณได้เพชรแท้ที่ตรงกลับใบเซอร์ที่ได้รับกันจริงๆ

เคล็ดลับเลือกซื้อต่างหูเพชรให้เหมาะกับรูปหน้า

ต่างหูเป็นเครื่องประดับที่ค่อนข้างได้รับความนิยม และมีส่วนช่วยเสริมให้หน้าตาหรือรูปหน้าของผู้สวมใส่ดูดีขึ้นได้ โดยเฉพาะต่างหูเพชรที่สวยเลอค่าเป็นอมตะ มีประกายแวววาวระยิบระบับ การเลือกสวมต่างหูให้เหมาะกับรูปหน้าจะยิ่งเสริมให้ใบหน้าของคุณดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ซึ่งพอจะสรุปวิธีการเลือกได้ดังนี้

1. รูปหน้ายาว ต่างหูที่เหมาะควรมีลักษณะติดใบหู หรือถ้าเลือกแบบห่วงก็ไม่ควรมีขนาดใหญ่เกินไป และต่างหูควรมีรูปแบบเป็นทรงกลมจะช่วยให้ใบหน้าของคุณดูไม่ยาวเกินไป สำหรับต่างหูที่ควรหลีกเลี่ยงคือแบบที่เป็นทรงยาวๆ โดยเฉพาะต่างหูห้อยระย้า เพราะจะยิ่งทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้นไปกว่าเดิมได้

2. รูปหน้ากลม ต่างหูที่เหมาะควรมีลักษณะยาว เช่น รูปทรงใบไม้, ไม้กางเขน หรือแบบห้อยระย้า เป็นต้น จะช่วยใบหน้าของคุณดูไม่กลมจนเกินไป และให้หลีกเลี่ยงต่างหูอันใหญ่ๆ ที่มีลักษณะทรงกลม

3. รูปหน้าหัวใจ จะเป็นรูปหน้าที่มีลักษณะช่วงคางแคบโหนกแก้มนูนและหน้าผากกว้าง ต่างหูที่เหมาะควรเป็นต่างหูที่มีฐานกว้างกว่าส่วนที่ติดใบหู เช่น รูปทรงหยดน้ำ หรือเป็นตัวอักษรต่างๆ เช่น อักษร A หรือ L เป็นต้น เพาะจะช่วยให้ใบหน้าของคุณดูสมดุลยิ่งขึ้น

4. รูปหน้าเหลี่ยม มีโหนกแก้มเยอะ ต่างหูที่เหมาะควรมีลักษณะกลมมลหรือวงรี จะทำให้ใบหน้าของคุณดูอ่อนช้อยขึ้น และให้หลีกเลี่ยงต่างหูที่มีรูปทรงเหลี่ยมต่างๆ หรือทรงเรขาคณิตอย่างเด็ดขาด

5. รูปหน้ารูปไข่ สามารถเลือกสวมใส่ต่างหูได้ตามความต้องการ แต่แนะนำให้มีขนาดที่พอดีกับใบหู ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป และถ้าอยากให้สวยโดดเด่นควรเลือกให้เข้ากับทรงผมและการแต่งหน้า รวมไปถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่

มีรูปหน้าแบบไหนอย่าลืมเลือกต่างหูให้เหมาะ เพื่อช่วยให้ใบหน้าของคุณดูโดดเด่นยิ่งขึ้น

มาทำความเข้าใจความหมายของ “กะรัต” กันเถอะ

กะรัต (Carat) เป็นหน่วยที่ใช้วัดน้ำหนักอัญมณีหลายชนิด เช่น เพชร, ทับทิม, บุษราคัม, โกเมน, ทองคำ และ เพทาย เป็นต้น เป็นหน่วยวัดที่ใช้กันแพร่หลายในทั่วโลก และยังจัดให้เป็นหน่วยวัดมาตรฐานของอัญมณีอีกด้วย ซึ่งถ้าเทียบจากระบบเมตริกแล้วจะได้เท่ากับ 1 กะรัต มีค่าเท่ากับ 0.2 กรัม, 5 กะรัตเท่ากับ 1 กรัม และ 142 กะรัต เท่ากับหนึ่งออนซ์ หรือถ้าเป็นทอง 24 กะรัต จะมีค่าเท่ากับความบริสุทธิ์ 99.99% แต่ทองมักจะไม่ค่อยนิยมเรียกกันเป็นกะรัตเท่าไรนัก จะเรียกตามน้ำหนักมากกว่า

สำหรับเพชรจะมีหน่วยวัดน้ำหนักเพชร มีค่าเท่ากับ 1 กะรัต เท่ากับ 100 สตางค์ โดยเพชรทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง (Diameter) ของเพชร 1 กะรัต จะอยู่ที่ 6 มิลลิเมตร โดยเพชรที่มีขนาดเหมาะสำหรับทำแหวนเพชรแบบเม็ดเดียว (Solitaire Ring) นั้น จะนิยมทำตั้งแต่เพชรที่มีขนาด 10 สตางค์ ขึ้นไป เพชรยิ่งมีขนาดใหญ่หรือกระรัตมากจะยิ่งมีราคาแพง โดยเพชรขนาด 2 กะรัตจะมีราคาแพงกว่าเพชรสองวงที่มีน้ำหนักวงละ 1 กะรัต

แต่น้ำหนักเพชรก็ไม่ใช่ตัวกำหนดราคาเสมอไป จำนวนกะรัตที่มากหรือเป็นเพชรเม็ดใหญ่บางครั้งก็อาจจะมีราคาถูกกว่าเพชรที่มีกะรัตน้อย เพราะราคายังกำหนดด้วยปัจจัยอื่นตามหลัก 4 C’s ได้แก่ สี, ความสะอาด, ขนาดและการเจียระไน สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่าเพชรมีคุณภาพดีขนาดไหน ดังนั้นในการเลือกซื้อก็อย่าลืมเรียกใบเซอร์หรือใบรับรองเพชรเม็ดนั้นจากร้านค้ากันด้วย เพื่อเป็นตัวการันตีได้ว่าเพชรที่คุณซื้อเป็นเพชรที่คุณภาพดีและได้รับการยอมรับจากสถาบันกลางอัญมณี

วิธีเลือกซื้อเครื่องประดับเพชรมือสอง

เพชรไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งหรือมือสองก็จะมีมูลค่าที่สูงด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งถ้าเป็นเพชรแท้มีน้ำดีๆ มูลค่าก็จะสูงตามไปด้วย สำหรับการเลือกซื้อเครื่องประดับเพชรมือสอง ถ้าต้องการได้เพชรที่มีคุณภาพดีเราควรใส่ใจในการเลือกเช่นเดียวกับการเลือกซื้อเพชรมือหนึ่ง ซึ่งถ้าคุณไม่มีความชำนาญพอก็สามารถทำได้ดังนี้

1. เลือกซื้อจากร้านที่จำหน่ายเพชรโดยตรงและน่าเชื่อถือ โดยร้านที่มีชื่อเสียงในการจำหน่ายเพชร เจ้าของก็มักจะคัดสรรเพชรเป็นพิเศษ เพราะไม่เช่นนั้นอาจเสียชื่อเสียงของร้านได้

2. เลือกคุณภาพเพชรที่สมบูรณ์ที่สุดและสมกับราคาที่เสียไป ซึ่งคุณภาพของเพชรจะต้องดูจาก ขนาด สีของเพชร การเจียระไน และความบริสุทธิ์หรือความสะอาดที่ไร้มลทิน เพชรที่ไร้มลทินคือเพชรที่ไม่ตำหนิใดๆ ในเนื้อเพชร ปกติจะใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยาย 10 เท่าในการดู และต้องดูโดยผู้ชำนาญเท่านั้นจึงจะสามารถบอกได้ว่าเพชรเม็ดนั้นบริสุทธิ์หรือไร้มลทิน

3. ก่อนการเลือกซื้ออย่าลืมสืบราคา ควรรู้ราคาเพชรคร่าวๆ ไว้ก่อน โดยเลือกดูจากหลายๆ ร้าน และก็ไม่จำเป็นเสมอไปว่าร้านที่ขายเพชรราคาถูกจะเป็นเพชรที่มีคุณภาพไม่ดีสู้เพชรราคาแพงกว่าไม่ได้ เพราะการตั้งราคาเพชรของแต่ละร้านมีปัจจัยแตกต่างกัน

4. ควรมีบริการหลังการขาย เช่น ถ้าต้องการเปลี่ยนวงใหม่มีบริการในราคาพิเศษหรือไม่ รวมถึงมีบริการรับทำความสะอาดด้วยไหม เป็นต้น

5. ต้องมีใบรับรองหรือที่เรียกกันว่าใบเซอร์

เป็นวิธีง่ายๆ ในการเลือกซื้อเพชรมือสอง เพราะเพชรแท้จะมีราคาที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นแล้วเราควรใส่ใจทุกรายละเอียดในการเลือกซื้อ เพื่อให้คุณได้เพชรที่ถูกใจอย่างที่ต้องการ

การเลือกซื้อเพชรโดยดูจากการเจียระไน

การเจียระไน (Cutting) เป็นอีกเรื่องที่ควรนำมาประกอบการพิจารณาในการเลือกซื้อเพชร เพราะการเจียระไนที่สมบูรณ์แบบก็เป็นตัวที่กำหนดมูลค่าของเพชรเม็ดนั้นๆ หรือเครื่องประดับชิ้นนั้นกันด้วย สำหรับหลักในการเลือกโดยพิจารณาจากการเจียระไนว่าเพชรมีคุณภาพดีขนาดไหนนั้น พอจะสรุปได้ดังนี้

1. เพชรที่มีคุณภาพดีการเจียระไนจะต้องมีความสมดุลและเสมอกันในทุกๆ ด้าน เพชรที่มีขนาดน้ำหนักและกะรัตเท่ากัน บางครั้งอาจจะมองดูเหมือนขนาดต่างกัน ขึ้นอยู่กับการเจียระไน

2. เหลี่ยมด้านและมุมต่างๆ ต้องมีความสมบูรณ์ไม่มีรอยปิ่นหรือรอยตำหนิใดๆ ทั้งสิ้น ผิวหน้ามีการตัดแต่งอย่างประณีต

3. เพชรที่เจียระไนมาดีจะส่องประกายเป็นเงางาม เมื่อกระทบแสงจะเล่นแสงเป็นประกายแวววาวสะดุดตา และสะท้อนแสงในตัวเอง

4. การเจียระไนเพชรมักนิยมเจียระไนเป็นรูปทรงกลมและรูปทรงไข่ โดยรูปแบบหลักๆ ที่นิยมเจียระไนกันจะได้แก่ Brilliant Cuts, Step Cuts, Mixed Cuts และ Fancy Cuts สำหรับรูปแบบที่นิยมถือเป็นแบบสากลคือ Brilliant Cuts หรือเหลี่ยมเกสร การเจียระไนรูปแบบนี้จะสูญเสียเนื้อเพชรน้อยที่สุดด้วย

5. เมื่อเจียระไนเสร็จสมบูรณ์แล้ว เพชรจะมีเหลี่ยม 54 – 58 เหลี่ยม จึงจะจัดเป็นเพชรที่กระจายแสงได้สมบูรณ์และสวยงามที่สุด ซึ่งการที่จะเจียระไนได้ในระดับนี้ผู้เจียระไนต้องมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์อย่างช่ำชอง เพราะการเจียระไนเพชรสักเม็ดถ้าเกิดความเสียหายขึ้น บางครั้งอาจจะเสียมูลค่าไปนับล้านเลยทีเดียว

การเลือกจากการเจียระไนถ้าเราไม่มีความชำนาญในการดูเพชรมากพอ ก็อาจจะเป็นวิธีที่ยากพอสมควร แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ควรนำมาเป็นตัวตัดสินใจในการเลือกเพชรด้วยเช่นกัน

วิธีเลือกสร้อยเพชรให้สวยถูกใจ

สร้อยเพชรส่วนใหญ่จะนิยมใส่เวลาไปออกงานสำคัญๆ โดยลักษณะสร้อยอาจจะมีเพชรประดับอยู่หลายเม็ด หรือบางแบบก็จะมีเพียงเม็ดเดียว แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนสร้อยเพชรก็ยังดูสวยเล่อค่า คู่ควรสำหรับคุณ ด้วยความที่เพชรมีราคาค่อนข้างแพง ดังนั้นในการเลือกซื้อเราควรเลือกให้ถูกใจ แล้วจะเลือกแบบไหนให้โดนใจวันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝากกัน

1. เลือกรูปแบบที่ชอบ สร้อยเพชรมีรูปแบบออกมามากมาย อย่างแบบเรียบๆ ที่เป็นเพชรเม็ดเดียวให้เลือกสร้อยที่มีความยาวไม่มาก เพื่อให้เพชรดูเด่น แบบเรียบๆ ยังเป็นแบบที่สามารถนำมาสวมใส่ได้หลายโอกาส แต่ถ้าชอบแบบที่ส่องแสงเป็นประกายระยิบระยับให้เลือกแบบเม็ดเล็กๆ เรียงต่อกันเป็นเส้นเดียว แต่ถ้าชอบแบบหรูหราอลังการให้เลือกแบบที่เป็นเพชรซ้อนกันหลายๆ ชั้น ในเส้นเดียวกัน ที่สำคัญอย่าลืมเลือกให้เหมาะกับโอกาสในการใช้งานก็จะช่วยทำให้เวลาสวมใส่ดูสวยสะดุดตา

2. เลือกจากหลักการเลือกเพชร หรือ 4 C’s หรือก็คือ ขนาดเพชร, การเจียระไน, สี และความสะอาด ซึ่งอาจจะไม่ต้องจำทั้งหมดอย่างละเอียด แต่คุณควรรู้ไว้บ้างเพียงคร่าวๆ เพื่อช่วยให้คุณสามารถเลือกเพชรที่มีคุณภาพดีได้อย่างที่ต้องการ

3. เลือกจากร้านที่จำหน่ายเพชรโดยตรงและมีชื่อเพียง จะช่วยให้คุณได้เพชรที่มีคุณภาพดี ที่สำคัญการขึ้นรูปหรือการเจียระไนก็มักจะมาจากช่างที่มีความเชี่ยวชาญ

4. เลือกเพชรที่มีใบรับรองหรือใบเซอร์ เพราะจะช่วยการันตีได้ว่าเพชรที่คุณซื้อเป็นเพชรแท้แน่นอน นอกจากนี้ใบรับรองยังระบุรายละเอียดต่างๆ ของเพชรไว้ ทำให้สะดวกเวลาที่คุณต้องการแลกเปลี่ยนหรือขายคืน

จัดได้ว่าเป็นวิธีที่ไม่ยากจนเกินไป แต่ช่วยให้คุณได้เพชรที่มีคุณภาพดีและคุ้มค่าคุ้มราคากับเงินที่ต้องเสียไป

5 วิธีง่ายๆ สำหรับการเลือกซื้อแหวนเพชรแท้

เพชรจัดเป็นเครื่องประดับที่เล่อค่ามีรูปแบบสวยงามถูกใจใครหลายคน นิยมซื้อไว้เป็นของฝากของขวัญ หรือสำหรับงานพิเศษต่างๆ เช่น งานหมั้น หรืองานแต่งงาน เป็นต้น และยิ่งถ้าเป็นเพชรแท้ด้วยแล้วจะมีราคาที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นเวลาเลือกถ้าต้องการซื้อเพชรแท้เราควรมีหลักในการพิจารณาในเรื่องต่างๆ ดังนี้

1. เลือกจากงบประมาณ เพชรเป็นเครื่องประดับที่มีมูลค่าสูง งบประมาณจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในการซื้อแหวนเพชรแท้ เพราะราคานอกจากจะขึ้นอยู่กับเพชรที่เลือกแล้ว ตัวเรือนที่ใช้ทำแหวนถ้าเป็นตัวเรือนที่ทำมาจากทองคำ หรือทองคำขาว ก็จะยิ่งทำให้แหวนเพชรวงนั้นมีมูลค่าสูงขึ้นตามไปด้วย

2. รูปแบบและตัวเรือน ควรเลือกตามความชอบของผู้สวมแหวน ไม่ว่าจะเป็นขนาดของเพชร ตัวเรือนเพชร เพราะแต่ละคนจะมีความชอบที่แตกต่างกัน

3. สำรวจราคาเพชร ก่อนการเลือกซื้อควรตรวจสอบราคาจากร้านอื่นๆ หรือราคาในท้องตลาด ควรทราบราคาคร่าวๆ เอาไว้ก่อน โดยใช้วิธีหาข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อได้ หรือสอบถามจากร้านเพชรทั่วไปสัก 2-3 ร้าน เพราะเพชรแต่ละร้านอาจมีราคาแตกต่างกัน

4. เลือกร้านเพชร ที่เชื่อถือได้หรือเป็นร้านที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป เพราะจะช่วยให้มั่นใจในคุณภาพและราคา โดยเฉพาะถ้าคุณไม่มีความชำนาญพอในการดูเพชร การเลือกร้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ

5. ตรวจสอบเพชรอย่างละเอียด และการซื้อเพชรควรมีใบรับประกันจากเจ้าของร้านหรือใบเซอร์ ด้วยทุกครั้ง

เพียงทำตามคำแนะนำเหล่านี้ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีความชำนาญในการดูเพชร ก็ช่วยให้คุณเลือกซื้อเพชรได้สวยถูกใจและมีคุณภาพดีอย่างที่ต้องการ

เลือกสร้อยข้อมือเพชรอย่าไรให้เหมาะกับตัวเอง

การจะใส่สร้อยข้อมือไม่ว่าจะเป็นเพชรหรือรูปแบบใดนั้นถ้าต้องการให้สวย เราควรเลือกจากขนาดของข้อมือของผู้สวมเป็นองค์ประกอบ จะช่วยให้สร้อยข้อมือที่สวมดูสวยและดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น และยังช่วยเสริมบุคลิกของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี สำหรับวิธีการเลือกให้เหมาะพอจะสรุปจากลักษณะข้อมือของแต่ละคนได้ดังนี้

1. ข้อมือเรียวได้รูปขนาดกำลังพอดี
ถ้าคุณเป็นคนที่มีข้อมือเรียวมีขนาดไม่ใหญ่หรือไม่เล็กจนเกินไป คุณเป็นคนได้เปรียบข้อมือแบบอื่น เพราะสามารถเลือกสวมสร้อยข้อมือได้ทุกประเภทในแบบที่คุณต้องการ เพียงแค่เลือกให้ตรงกับบุคลิกหรืองานที่ต้องการสวมใส่ สร้อยข้อก็จะช่วยเสริมบุคลิกของคุณให้ดูโดดเด่นขึ้นได้แบบง่ายๆ กันเลยทีเดียว

2. ข้อมืออวบอ้วน
ถ้าคุณเป็นคนที่มีข้อมือที่อวบอ้วนหรือค่อนข้างใหญ่ สร้อยข้อมือที่คุณเลือกไม่ควรมีขนาดเล็กจนเกินไป เพราะนอกจากจะมองไม่โดดเด่นยังเป็นการเน้นให้ข้อมือดูอวบอ้วนมากยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ควรเลือกให้มีขนาดใหญ่จนเกินไปเช่นกัน ถ้าจะให้เหมาะคุณต้องเลือกแบบที่มีขนาดพอดีกับข้อมือและไม่รัดแน่นจนเกินไป เลือกแบบที่สวมใส่สบายอาจมีตุ้งติ้งบ้างเล็กน้อยแต่ไม่ควรมากเกิน

3. ข้อมือผอม
ถ้าคุณมีข้อมือเรียวเล็กและผอมบาง สร้อยข้อมือที่เหมาะกับคุณควรมีขนาดใหญ่ อาจจะมีลักษณะแบนๆ หรือต่อกันเป็นแบบเส้นๆ หลายเส้น หรือถ้าใครชอบแบบที่มีตุ้งติ้งห้อยระย้าก็สามารถนำมาสวมใส่ได้เช่นกัน สร้อยขอมือในลักษณะนี้จะช่วยทำให้ข้อมือผอมๆ ของคุณ ดูไม่ผอมมากจนเกิน และยังช่วยทำให้สร้อยข้อมือดูเด่น

กำลังเลือกสร้อยข้อมือกันอยู่ก็อย่าลืมนำข้อมูลข้างต้นไปประกอบการตัดสินใจ เพื่อช่วยให้คุณได้สร้อยข้อมือที่สวยเหมาะกับตัวเองอย่างที่ต้องการ

มารู้จักไฝดำในเพชรก่อนการเลือกซื้อกันดีกว่า

ถ้าต้องการเลือกซื้อเพชรก่อนอื่นเลยเราควรศึกษารายละเอียดต่างๆ ของเพชรในเบื้องต้นกันไว้บ้าง โดยเฉพาะหลักในการเลือกดูเพชรหรือที่เรียกว่าหลัก 4 C’S ซึ่งจะได้แก่ สี (Color), ตำหนิหรือความสะอาด (Clarity), ขนาดและน้ำหนัก (Carat), และ การเจียระไน (Cut) ซึ่งถ้าใครเคยศึกษาต้องได้ยินเกี่ยวกับไฝดำในเพชรกันมาบ้าง แต่อาจจะยังสงสัยว่ามันคืออะไรและถ้ามีเราควรเลือกซื้อเพชรเม็ดนั้นหรือไม่ ใครอยากรู้วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

ไฝดำ คือ ตำหนิรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นอยู่ด้านในเพชรมีลักษณะคล้ายการตกผลึก ซึ่งอาจจะเกิดจากกระบวนการภายในของเพชรหรือเกิดจากแร่ธาตุชนิดอื่น มีทั้งแบบที่เป็น สีดำ และ สีน้ำตาล สามารถมองเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า ลักษณะคล้ายๆ ไฝที่ขึ้นอยู่บนใบหน้าเป็นจุดสีดำมองเห็นเด่นชัด ถ้าเพชรเม็ดนั้นมีใบรับรองหรือใบเซอร์ก็จะถูกจัดระดับความสะอาดอยู่ที่ SI หรือ I หมายถึงมีตำหนิที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และด้วยความที่มีสีดำหรือน้ำตาลและมองเห็นได้ง่ายนี่เอง จึงเรียกกันว่า ไฝดำ ตำหนิหรือไฝดำยิ่งมีขนาดใหญ่ก็จะทำให้ระดับความสะอาดหรือเกรดของเพชรตกตามไปด้วย และยังมีผลต่อราคาของเพชรทำให้มีมูลค่าต่ำลงด้วยเช่นกัน

ซึ่งถ้าไฝดำอยู่ในส่วนอื่นของเพชร เช่น บริเวณขอบเพชร มุมเพชร ที่ไม่ใช่บริเวณตรงกลาง และมีขนาดเล็กไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า อีกทั้งยังไม่ผลต่อการส่องประกายของเพชรและความงาม ตำหนิก็จะไม่ส่งผลต่อราคาเพชรเม็ดนั้นเช่นเดียวกัน

วิธีการเลือกซื้อเพชรจากความบริสุทธิ์

เพชรที่มีความบริสุทธิ์มากๆ จะเรียกกันว่าเพชรที่ไร้มลทิน เพชรลักษณะนี้เมื่อมองด้วยตาเปล่าหรือแม้แต่ใช้กล้องที่มีกำลังขยาย 10 เท่า ก็ไม่สามารถมองเห็นรอยตำหนิได้ แต่การดูต้องดูจากผู้เชี่ยวชาญเพียงเท่านั้น เพราะถ้าเราไม่ชำนาญบางครั้งอาจจะตัดสินใจยากว่าเพชรที่ดูมีตำหนิหรือไม่ เพชรที่บริสุทธิ์จะเป็นเพชรที่สวยงามและมีมูลค่าสูงมากตามไปด้วย ซึ่งในปัจจุบันจะมีเครื่องมือเฉพาะในการตรวจคุณภาพของเพชร และมีการแบ่งความบริสุทธิ์เอาไว้ดังนี้

– FL ย่อมาจาก FLAWLESS เป็นเพชรที่มีความบริสุทธิ์มากปราศจากตำหนิไร้มลทิน ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือแม้แต่ใช้กล้องที่มีกำลังขยาย 10 เท่าก็ตาม
– IF ย่อมาจาก INTERNALLY FLAWLESS เป็นเพชรที่ไม่มีตำหนิด้านใน แต่มีรอยตำหนิเพียงเล็กน้อยที่บริเวณด้านนอก
– VVS1-VVS2 ย่อมาจาก VERY VERY SMALL INCLUSIONS เป็นเพชรที่มีตำหนิน้อยมาก ทั้งด้านนอกและด้านใน
– VS1- VS2 ย่อมาจาก VERY SMALL INCLUSIONS เพชรที่มีตำหนิเพียงเล็กน้อย แต่มากกว่า VVS1-VVS2
– SI1-SI2 ย่อมาจาก SMALL INCLUSIONS เป็นเพชรที่มีตำหนิน้อย แต่มากกว่า VS1- VS2
– I1-I2 – I3 ย่อมาจาก IMPERFECT เป็นเพชรที่มีตำหนิที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ดังนั้นเพชรที่มีความบริสุทธิ์เป็น FL จึงจัดเป็นเพชรที่มีความบริสุทธิ์มากมีคุณภาพดีและมีราคาสูงที่สุด สำหรับเพชรที่มีคุณภาพเป็น I1-I3 จะเป็นเพชรที่มีคุณภาพต่ำที่สุดและมีราคาถูกกว่า ทราบกันแบบนี้แล้วก่อนเลือกซื้อเพชรก็อย่าลืมดูที่งบประมาณกันด้วย เพราะจะเป็นตัวกำหนดได้ว่าคุณสามารถเลือกซื้อเพชรที่มีคุณภาพในระดับใด