เลือกต่างหูเพชรอย่างไรให้สวยเลอค่า

เพชรเป็นอัญมณีที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง ดังนั้นถ้าอยากได้เพชรที่มีคุณภาพดีและสมควรแก่ราคาเราจึงต้องพิถีพิถันในการเลือก โดยเฉพาะต่างหูที่อาจจะเป็นสิ่งแรกที่สะดุดตาผู้พบเห็น หลักที่คุณควรนำมาพิจารณาในการเลือกก็อย่างเช่น

1. แนะนำให้เลือกซื้อต่างหูเพชรจากร้านที่เชื่อถือได้เท่านั้น เพราะจะทำให้มั่นใจได้ว่าต่างหูที่ซื้อเป็นเพชรแท้ และมีคุณภาพดี

2. ต้องมีใบรับประกันเพชรหรือใบเซอร์ เพราะจะช่วยการันตีว่าเป็นเพชรแท้และมีคุณภาพตรงตามที่ต้องการ

3. เลือกตามหลัก 4C ได้แก่ กะรัต (Carat) เป็นหน่วยที่ใช้วัดขนาดของเพชร โดยเพชร 1 กะรัต จะมีน้ำหนักเท่ากับ 200 มิลลิกรัม, การเจียระไน (Cut) การเจียระไนที่ดีต้องเป็นฝีมือจากช่างที่ชำนาญ, สี (Color) เพชรมีหลายสียิ่งขาวหรือไร้สียิ่งมีราคาแพง, ความสะอาด (Clarity) หมายถึงตำหนิหรือมลทินของเพชร เพชรที่ไม่มีตำหนิและไร้มลทินจะเป็นเพชรที่มีคุณภาพดีและมูลค่าสูงตามไปด้วย

4. เลือกรูปแบบตามความชอบ แต่ก็อย่าลืมนึกถึงโอกาสในการสวมใส่กันด้วย เพื่อให้ต่างหูที่คุณเลือกสามารถช่วยส่งเสริมบุคลิกของคุณให้ดูโดดเด่นและเหมาะสมกับงานที่ต้องไปปรากฏตัว ส่วนใหญ่นิยมใส่งานกลางคืน เพราะจะสะท้อนแสงไฟทำให้เพชรดูเปล่งประกายสวยงามยิ่งขึ้น

การเลือกเพชรอาจจะดูไม่ง่ายนัก ดังนั้นก่อนทำการเลือกซื้อจึงควรศึกษารายละเอียดต่างๆ และวิธีการเลือกซื้อเพชรกันไว้บ้าง เพื่อคุณจะได้ต่างหูเพชรที่มีความสวยงามเป็นประกายระยิบระยับ และสมควรแก่ราคาอย่างที่คุณต้องการ

รูปแบบของเพชรที่ไม่ควรเลือกซื้อ

โดยทั่วไปแล้วการเลือกซื้อเพชรเราควรยึดหลัก 4 C’s ที่ประกอบไปด้วย สี (Color), ความสะอาด (Clarity), การเจียระไน (Cutting) และ น้ำหนักกะรัต (Carat Weight) เมื่อทราบแล้วว่าควรพิจารณาเลือกเพชรจากอะไรบ้าง คราวนี้ลองมาดูกันบ้างดีกว่าว่าเพชรรูปแบบไหนที่เราไม่ควรเลือกซื้อ เพราะจะจัดเป็นเพชรที่มีคุณภาพไม่ดี ถึงจะเป็นเพชรแท้ก็ตามที สำหรับเพชรที่ไม่ควรซื้อจะมีลักษณะโดยทั่วไปพอสรุปได้ดังนี้

1. เพชรที่มีลักษณะไม่กลม (Out of Round Girdle) เพชรที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันจะเจียระไนเป็นทรงกลม เรียกกว่า Brilliant Cut ซึ่งมีเหลี่ยมทั้งหมด 58 เหลี่ยม

2. หน้ากระดานไม่อยู่ตรงกลาง (Table off Center) เพราะจะทำให้เพชรขาดความสมดุล เพชรที่มีการเจียระไนมาอย่างดีลักษณะโดยทั่วไปจะสมมาตรกันในทุกด้าน

3. ด้านล่างหรือบริเวณก้นเพชรไม่อยู่ตำแหน่งกึ่งกลาง (Culet Off Center) จากด้านบน ถ้ามองดีๆ จะรู้สึกเหมือนเพชรมีฐานด้านล่างเบี้ยว

4. เพชรที่รอยขีดข่วน (Scratch) โดยเฉพาะถ้ารอยขีดข่วนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ยิ่งควรหลีกเลี่ยง เพราะนอกจากจะทำให้เพชรสวยงามน้อยลง ยังจัดเป็นเพชรที่มีคุณภาพไม่ดีอีกด้วย

5. เพชรที่ขัดที่ไม่เรียบร้อย (Abrasion) และมีรอยสึกตามเหลี่ยมเพชร จะถือว่าเป็นการเจียระไนที่ไม่สมบูรณ์แบบ เพชรที่ดีจะต้องเจียระไนจากช่างที่มีความชำนาญเพียงเท่านั้น การเจียระไนเพชรที่ผิดพลาดบ้างครั้งอาจจะทำให้มูลค่าของเพชรหายไปเป็นหลักล้านกันได้เลยทีเดียว

ถ้ากำลังคิดจะเลือกซื้อเพชรกันอยู่ ก็ให้หลีกเลี่ยงเพชรที่มีลักษณะแบบที่กล่าวด้านบน เพื่อให้คุณได้เพชรที่มีคุณภาพดีและสวยถูกใจ

วิธีง่ายๆ ในการเลือกแหวนเพชรสำหรับผู้ชาย

โดยปกติแล้วคุณผู้ชายมักจะไม่ค่อยชอบสวมเครื่องประดับกันสักเท่าไร ไม่เหมือนคุณผู้หญิงที่เครื่องประดับถือเป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้ ถ้าวันไหนไม่ใส่บางท่านอาจจะรู้สึกเหมือนขาดความมั่นใจกันไปได้เลย โดยเฉพาะเวลาที่ต้องไปออกงานตามสถานที่ต่างๆ กันด้วยแล้ว ต้องมีสวมใส่ไม่มากก็น้อย ดังนั้นการเลือกเครื่องประดับให้คุณผู้ชายบางทีก็ตัดสินใจยาก แต่ถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องประดับหรือแหวนเพชรสำหรับคุณผู้ชายกันอยู่วันนี้เรามีทริคดีๆ มาแนะนำ

1. แหวนไม่จำเป็นต้องเป็นเพชรเม็ดใหญ่จนเกินไป ซึ่งจากผลสำรวจส่วนใหญ่แล้วผู้ชายไม่ชอบแหวนที่มีเพชรเม็ดโตๆ แตกต่างจากคุณผู้หญิง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นแบบนี้ ถ้าต้องการซื้อลองสำรวจแหวนประเภทอื่นที่เขาสวมใส่ หรือไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตโดยทั่วไป ควรเหมาะกับแหวนขนาดไหน

2. ขนาดของตัวเรือนไม่ควรให้หนาจนเกินไป เน้นใส่สบายจะดีกว่า หรือเป็นแหวนที่มีรูปแบบสามารถใส่ได้ทุกสถานการณ์

3. รูปแบบแหวนควรเลือกแบบเรียบๆ อย่างเช่น ใช้เพชรเม็ดเดียว ไม่ต้องเน้นให้แวววาวระยิบระยับโดยการใช้เพชรเม็ดเล็กเพิ่มอีกหลายเม็ด รับรองได้เลยว่าไม่ถูกใจอย่างแน่นอน

4. สำหรับโลหะที่ใช้ในการทำตัวเรือนสามารถเลือกได้ตามความต้องการไม่ว่าจะเป็น ทองคำ ทองขาว พิ้งโกลด์ หรือ แพลตตินั่ม เป็นต้น

ถ้าเลือกแบบที่ต้องการได้แล้ว ก็อย่าลืมวัดขนาดแหวนมาด้วย ถ้าไปซื้อด้วยกันจะดีมาก เพราะจะได้ลองก่อนออกจากร้าน แต่ถ้าต้องการเซอร์ไพรส์ก็อย่าลืมหาเทคนิคการวัดแหวนให้ได้แบบพอดี คุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปเปลี่ยนแหวนกันอีก

ใบเซอร์เพชรบอกอะไรกับเราบ้าง

ในการเลือกซื้อเพชรนอกจากควรเลือกซื้อจากร้านที่เชื่อถือแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ควรเรียกจากผู้ขายก็คือใบเซอร์ สำหรับเพชรที่มีเซอร์ หรือที่เรียกว่า Certificate จะเป็นเพชรที่ได้การรับรองจากสถาบันอัญมณีที่เป็นสถาบันกลาง ซึ่งสามสถาบันเหล่านี้จะแบ่งระดับเพชรตามหลัก 4 C’s หรือก็คือ น้ำหนัก (Carat), สี (Color), ความสะอาด (Clarity) และ การเจียระไน (Cut)

โดยในใบเซอร์จะระบุรายละเอียดต่างๆ ของเพชรเม็ดนั้นๆ ไว้ ได้แก่ น้ำหนักของเพชร, สีของเพชร, ความสะอาดของเพชร และรูปแบบในการเจียระไน นอกจากนี้ถ้าเป็นใบรับรองอย่างเต็มรูปแบบยังมีรูปแสดงตำแหน่ง inclusion ของเพชรไว้ด้วย และยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับความกว้างของเพชร, มุมเหลี่ยมองศาของเพชร โดยเพชรที่มีใบรับรองบ้างครั้งจะมีการยิงเลเซอร์ระบุเลขใบรับรองไว้ที่ขอบเพชร หรือบางเม็ดอาจจะไม่มี ซึ่งใบรับรองหรือใบเซอร์จะแตกต่างจากใบรับประกันของร้านค้าตรงมีรายละเอียดมากกว่า ส่วนใบรับประกันของร้านส่วนใหญ่จะมีแค่ ราคาเพชร, น้ำหนักเพชร และเงื่อนไขการรับประกันหลังการขายอื่น รวมไปถึงการรับคืน เป็นต้น

ดังนั้นการเลือกซื้อเพชรถ้าเป็นไปได้ควรขอใบรับรองหรือใบเซอร์ของเพชรเม็ดนั้นจากร้านค้าทุกครั้ง เพื่อให้เรามั่นใจได้มากยิ่งขึ้นว่าเพชรที่เราซื้อเป็นเพชรที่มีคุณภาพ ในอนาคตถ้าต้องการขายหรือเปลี่ยนกับร้านอื่นหรือผู้ที่สนใจซื้อจะได้การันตีได้ด้วยว่าเพชรของเราเป็นเพชรที่มีคุณภาพ และยังช่วยให้ราคาของเพชรไม่ตกลงไปอีกด้วย ทราบกันแบบนี้แล้วทุกครั้งที่เลือกซื้อก็อย่างลืมนึกถึงใบเซอร์และเรียกจากผู้ขายกันเอาไว้ด้วย

มาดูสวมแหวนเพชรนิ้วไหนดียังไงก่อนการเลือกซื้อ

แหวนเพชรเป็นเครื่องประดับชนิดหนึ่ง มีรูปร่างเป็นวงกลมหลากหลายขนาดขึ้นอยู่กับนิ้วของผู้สวม การสวมแหวนเพชรมักจะนิยมสวมในงานสำคัญๆ หรือมอบให้กันในพิธีการต่างๆ เช่น งานวันเกิด งานหมั้น หรืองานแต่งงาน เป็นต้น การสวมแหวนนอกจากจะช่วยเสริมบุคลิกให้ผู้สวมแล้ว ยังเป็นในเรื่องของความมีสิริมงคล ใครอยากรู้มาดูกันดีกว่าว่าสวมแหวนนิ้วไหนมีความหมายอย่างไรบ้าง

1. สวมแหวนนิ้วชี้
มีความหมายในการช่วยเสริมอำนาจบารมี เพราะนิ้วชี้เป็นนิ้วที่ใช้ในการชี้สั่งงานต่างๆ สำหรับใครที่ต้องการมีอำนาจ โดยเฉพาะผู้ที่ดำรงตำแหน่งในระดับหัวหน้าคุณควรเลือกสวมใส่แหวนที่นิ้วชี้

2. สวมแหวนนิ้วกลาง
มีความหมายถึงความสำเร็จในทุกๆ เรื่อง เช่น หน้าที่การงาน, ความรัก, ครอบครัว, การเรียน และสิ่งต่างๆ ที่คุณต้องการประสบผลสำเร็จ การสวมแหวนที่นิ้วกลางจะช่วยส่งเสริมให้ทุกเรื่องปลอดโปร่งและผ่านไปได้ด้วยดี

3. สวมแหวนนิ้วนาง
ปกตินิ้วนางจะเป็นนิ้วที่ใช้สำหรับสวมแหวนหมั้น การสวมแหวนนิ้วนี้จึงหมายถึงความรัก หรือช่วยส่งเสริมให้ความรักของคุณสดใส ราบรื่น และดียิ่งๆ ขึ้นไป

4. สวมแหวนนิ้วก้อย
มีความหมายในเรื่องเงินๆ ทองๆ จะช่วยเสริมความร่ำรวย การทำมาค้าขึ้น กิจการเจริญก้าวหน้า เงินทองไหลมาเทมา

5. สวมแหวนนิ้วหัวแม่มือ
นิ้วหัวแม่มือหรือนิ้วโป้ง การสวมแหวนนิ้วนี้จะช่วยเสริมในเรื่องให้คนชอบพอรักใคร่และเอ็นดู คอยช่วยเหลือเกื้อกูลในเรื่องต่างๆ

ทราบกันแบบนี้แล้วใครต้องการสวมแหวนเพื่อช่วยส่งเสริมได้ด้านใด ก็อย่าลืมเลือกขนาดแหวนให้เหมาะสำหรับนิ้วๆ นั้น นอกจากความเป็นสิริมงคลแล้วยังช่วยเสริมกำลังใจให้แก่ผู้สวมได้เป็นอย่างดี

วิธีดูเพชรแท้หรือเทียมแบบง่ายๆ

ถ้าต้องการเลือกซื้อเพชร และเรามีงบประมาณมากพอก็คงต้องการซื้อให้เป็นเพชรแท้กันอย่างแน่นอน แต่เพชรแท้สวนใหญ่จะมีราคาค่อนข้างสูงยิ่งถ้าเป็นน้ำดีๆ ด้วยแล้วล่ะก็ราคาจะแพงเป็นพิเศษ ดังนั้นการเลือกซื้อเราก็คงต้องการได้เพชรแท้ แต่ถ้าดูเพชรไม่เป็นอาจจะรู้สึกไม่แน่ใจในการเลือกซื้อว่าเพชรที่ได้มาเป็นของแท้หรือของเทียม ซึ่งในกรณีนี้ถ้าเราไม่มีความชำนาญพอควรพาผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการซื้อเพชรไปช่วยเลือกด้วย หรือไม่ก็ซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้ ก็จะช่วยให้คุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้นว่าจะได้เพชรที่มีคุณภาพดี

แต่ก็มีมีวิธีการง่ายๆ หลายวิธีในการช่วยดูเพชรเพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง แต่ก่อนอื่นคุณควรหาเพชรแท้สักเม็ดเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเพชรที่คุณไม่แน่ใจว่าแท้หรือเทียม โดยเม็ดที่นำมาเปรียบเทียมต้องเป็นเม็ดที่คุณมั่นใจว่าเป็นเพชรแท้แน่นอนคือมีใบรับรองหรือใบเซอร์ประกอบ และมีผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่านั่นคือของแท้ เมื่อได้แล้วเราก็มาทดสอบเพชรอีกเม็ดที่ไม่แน่ใจกันได้เลย

สำหรับวิธีก็คือให้วางเพชรที่ต้องการทดสอบลงบนหนังสือสักเล่ม แล้วให้อ่านตัวหนังสือผ่านเพชรเม็ดนั้น ถ้าคุณสามารถมองเห็นตัวหนังสือผ่านเพชรเม็ดนั้นได้ แสดงว่าเพชรเม็ดนั้นเป็นเพชรปลอม เพราะเพชรแท้จะมีการหักเหของมุมเหลี่ยมและแสงแบบเดียวเราจึงไม่สามารถมองเห็นตัวหนังสือได้ แต่เพชรปลอมจะเป็นการหักเหแบบคู่ทำให้มองเห็นตัวหนังสือ ถ้ามีเพชรแท้อยู่ในมือลองใช้วิธีนี้กันดูเพื่อให้คุณแน่ใจว่าการทดสอบนี้ถูกต้อง