เพชรแตกไม่ได้หมายถึงเพชรที่เกิดการกระแทกหรือตกหล่นจนเกิดการแตกร้าว แต่จริงๆ แล้วเป็นรอยแตกที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงเรียกกันว่า Feather รอยแตกนี้จะมีลักษณะคล้ายขนนกสีขาว หรือเป็นรอยขีดข่วน รอยบิ่น รวมทั้งอาจเป็นหลุมอยู่ด้านในเนื้อเพชร รอยแตกแบบนี้จะมีผลต่อความงามและการสะท้อนแสงระยิบระยับของเพชร เรียกรอยแตกแบบนี้ว่า Tension Cracks หรือก็คือ รอยแตกจากแรงดึงภายใน

ซึ่งถ้าเพชรเม็ดไหนมีรอยแตกมากจะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยตาเปล่า จะทำให้เพชรเม็ดนั้นมีมูลค่าต่ำลง และรอยแตกจากภายในนอกจากจะมีผลต่อความสวยงามของเพชรเม็ดนั้นแล้ว ยังทำให้เพชรมีโอกาสแตกหักได้ง่ายขึ้นอีกด้วย จึงเป็นตำหนิที่ทำให้ผู้ซื้อไม่ค่อยต้องการนัก และสำหรับในบ้านเราของที่แตกหักหรือมีร้อยร้าวมักจะไม่นิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ แต่ก็ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่ามูลค่าจะไม่สูงมาก ถ้าตำหนิมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ใส่อย่างระมัดระวังก็จะทำให้เป็นเพชรที่มองด้วยตาเปล่าแล้วสวยงามเช่นเดียวกัน

ดังนั้นการเลือกซื้อถ้าคุณมีงบประมาณมากพอก็ควรหลีกเลี่ยง หรือถ้าชอบรูปแบบและอยากได้กันจริงๆ ก็ควรเลือกแบบที่มีรอยแตกร้าวไม่มาก สวมใส่อย่างระมัดระวังรวมทั้งเก็บรักษาอย่างถะนุถนอม เพชรก็จะคงรูปสวยและอยู่ไปอีกนาน แต่อาจจะเป็นเพชรที่เราต้องเก็บไว้ใช้เอง เพราะถ้านำไปจำหน่ายหรือต้องการเปลี่ยนมูลค่าอาจจะลดลงหรือหาร้านรับซื้อค่อนยาก